ข้อตกลงและเงื่อนไข
นโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้า
นโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของพนักงาน
นโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของผู้สมัครงาน
นโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของกลุ่มบุคคลที่บริษัทว่าจ้าง
นโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้า
บริษัท เก็ทลิงส์ (ไทยแลนด์) จำกัด (บริษัทฯ) ตระหนักถึงความสำคัญเกี่ยวกับสิทธิและความเป็นส่วนตัวของลูกค้า ซึ่งรวมถึงบุคคลธรรมดาที่ดำเนินการให้ลูกค้าซึ่งเป็นนิติบุคคล (เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล). เป็นอย่างยิ่ง บริษัทฯ จึงได้จัดทำนโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลฉบับนี้ เพื่อให้เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลได้รับทราบถึงรายละเอียดการเก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผย (การประมวลผล) ในการบริหารจัดการข้อมูลส่วนบุคคลของบริษัทฯ
  1. วัตถุประสงค์ในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล
    1. เพื่อให้บริการเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลในการจัดหางาน และดำเนินการต่าง ๆ เพื่อให้เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลสามารถแสดงประวัติส่วนตัวเพื่อเข้าถึงตำแหน่งงานที่เหมาะสม หรือเพื่อเลือกตำแหน่งงานที่สนใจ หรือเพื่อการได้รับเลือกในตำแหน่งงานที่เหมาะสม
    2. เพื่อใช้ในการดำเนินการตามคำขอของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเข้าทำสัญญาหรือเพื่อปฏิบัติตามสัญญาซึ่งเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลเป็นคู่สัญญากับบริษัทฯ เช่น เพื่อการขายสินค้า และ/หรือบริการให้แก่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล หรือปฏิบัติตามสัญญาใด ๆ ซึ่งเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลเป็นคู่สัญญา รวมถึงการจัดส่งสินค้า การดำเนินการเกี่ยวกับบัญชีและการเงิน และดำเนินการใด ๆ เพื่อให้เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลได้รับสินค้าและ/หรือ บริการ หรือตามที่ได้ร้องขอ
    3. เพื่อยืนยันหรือระบุตัวตนของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลสำหรับการดำเนินการต่าง ๆ หรือการติดต่อกับบริษัทฯ
    4. เพื่อดำเนินการทางการตลาด การแจ้งข่าวสารและสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ และวิเคราะห์ข้อมูล เพื่อที่จะสามารถนำเสนอข้อมูลหรือเนื้อหาที่ตรงกับความสนใจของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล
    5. เพื่อติดตาม และตอบข้อสงสัย ข้อซักถาม หรือคำขอต่าง ๆ ของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล
  2. ข้อมูลส่วนบุคคลที่จะใช้ในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล
    1. แหล่งที่มาของข้อมูลส่วนบุคคล
      1. เก็บรวมรวมโดยตรงจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล เช่น การเก็บข้อมูลส่วนบุคคลจากการกรอกข้อมูลส่วนบุคคลผ่านแบบฟอร์มต่าง ๆ ของบริษัทฯ ข้อมูลจากจดหมายหรือจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ หรือการเข้าใช้งานระบบเว็บไซต์ของบริษัทฯ ผ่านคุกกี้.
      2. เก็บรวบรวมจากแหล่งอื่นที่ไม่ใช่จากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลโดยตรง เช่น การสอบถามข้อมูลจากบุคคลที่สาม หรือ การสืบค้นข้อมูลส่วนบุคคลผ่านระบบเว็บไซต์ โดยบริษัทฯ จะแจ้งให้เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลทราบและขอความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลโดยไม่ชักช้า ภายใน 30 วัน นับตั้งแต่วันที่บริษัทฯ
      3. เก็บข้อมูลรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลจากแหล่งดังกล่าว
      4. การเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของผู้เยาว์ คนไร้ความสามารถและคนเสมือนไร้ความสามารถ บริษัทฯ จะคำนึงถึงการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวอย่างสูงสุดตามที่กฎหมายกำหนด
    2. ประเภทของข้อมูลส่วนบุคคลที่ประมวลผล
      1. ข้อมูลส่วนตัว such as name, surname, identification number;
      2. ข้อมูลการติดต่อ เช่น ที่อยู่ตามทะเบียนบ้าน ที่อยู่ปัจจุบัน หมายเลขโทรศัพท์ อีเมล รวมถึงข้อมูลในโซเซียลมีเดียต่าง ๆ and
      3. ข้อมูลอุปกรณ์หรือเครื่องมือ such as IP address Cookie, ID IMEI.
  3. การใช้และการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล
    บริษัทฯ อาจเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลในบางกรณีที่จำเป็น เพื่อการปฏิบัติตามวัตถุประสงค์ที่ได้แจ้งให้เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลได้ทราบให้แก่บุคคลภายนอกและ/หรือองค์กรหรือหน่วยงานภายนอก ดังต่อไปนี้
    1. คู่ค้า พันธมิตรทางธุรกิจของบริษัทฯ บริษัทย่อย และ/หรือผู้ให้บริการภายนอก รวมถึงสถาบันการเงิน โดยในการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลให้แก่บุคคลภายนอกและ/หรือองค์กรหรือหน่วยงานภายนอกดังกล่าว บริษัทฯ จะดำเนินการให้บุคคลเหล่านั้นเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลไว้เป็นความลับ และไม่นำไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์อื่นนอกเหนือจากขอบเขตที่บริษัทฯ ได้กำหนดไว้
    2. หน่วยงานราชการซึ่งมีอำนาจหน้าที่ตามกฎหมาย เพื่อเป็นการปฏิบัติตามกฎหมาย คำสั่ง คำร้องขอ เพื่อการประสานงานกับหน่วยงานต่าง ๆ ในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติตามกฎหมาย
  4. ระยะเวลาในการเก็บรวบรวม
    1. บริษัทฯ จะเก็บข้อมูลส่วนบุคคลของเจ้าของข้อมูลไว้ในระยะเวลาที่จำเป็นเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ตามประเภทข้อมูลส่วนบุคคลแต่ละประเภท เว้นแต่กฎหมายจะอนุญาตให้มีระยะเวลาการเก็บรักษาที่นานขึ้น ทั้งนี้ หากไม่สามารถระบุระยะเวลาการเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลได้ชัดเจน บริษัทฯ จะเก็บรักษาข้อมูลไว้ตามระยะเวลาที่อาจคาดหมายได้ตามมาตรฐานของการเก็บรวบรวม และเมื่อครบตามระยะเวลาดังกล่าวบริษัทฯ จะดำเนินการลบหรือทำลายข้อมูลส่วนบุคคลนั้น
    2. กรณีที่บริษัทฯ ใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของเจ้าของข้อมูลโดยขอความยินยอมจากเจ้าของข้อมูล บริษัทฯ จะประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวจนกว่าเจ้าของข้อมูลจะแจ้งขอยกเลิกความยินยอม และบริษัทฯ ได้ดำเนินการตามคำขอยกเลิกนั้นเสร็จสิ้นแล้ว ทั้งนี้ บริษัทฯ จะยังเก็บข้อมูลส่วนบุคคลของเจ้าของข้อมูลเท่าที่จำเป็นสำหรับบันทึกประวัติว่าเจ้าของข้อมูลเคยยกเลิกความยินยอมนั้น
  5. การส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลไปยังต่างประเทศ
    1. บริษัทฯ อาจส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลของเจ้าของข้อมูลไปยังบริษัทในเครือหรือบุคคลอื่นในต่างประเทศ ในกรณีที่จำเป็นเพื่อการปฏิบัติตามวัตถุประสงค์ที่ได้แจ้งให้เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลได้ทราบ
    2. ในกรณีที่มีการส่งข้อมูลส่วนบุคคลของเจ้าของข้อมูลไปยังต่างประเทศ บริษัทฯจะปฏิบัติตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลและใช้มาตรการที่เหมาะสมเพื่อทำให้มั่นใจได้ว่าข้อมูลส่วนบุคคลของเจ้าของข้อมูลจะได้รับการคุ้มครอง รวมถึงบริษัทฯ จะกำหนดให้ผู้ที่ได้รับข้อมูลมีมาตรการปกป้องข้อมูลของเจ้าของข้อมูลอย่างเหมาะสมและประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวเท่าที่จำเป็นเท่านั้น
  6. สิทธิตามกฎหมายของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล
    เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลมีสิทธิดังต่อไปนี้
    1. สิทธิในการเพิกถอนความยินยอม
      เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลมีสิทธิในการเพิกถอนความยินยอมในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลที่ได้ให้ไว้กับบริษัทฯ ได้ตลอดระยะเวลา ทั้งนี้ การเพิกถอนความยินยอมดังกล่าวจะไม่ส่งผลกระทบต่อการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลที่ได้ให้ความยินยอมไปแล้วโดยชอบด้วยกฎหมาย
    2. สิทธิในการเข้าถึงและขอรับสำเนาข้อมูลส่วนบุคคล
      เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลสามารถแจ้งให้บริษัทฯ จัดทำสำเนาข้อมูลส่วนบุคคล และมีสิทธิแจ้งให้บริษัทฯ เปิดเผยการได้มาซึ่งข้อมูลส่วนบุคคลที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลไม่ได้ให้ความยินยอม
    3. สิทธิในการขอรับหรือขอให้ส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคล
      เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลสามารถขอให้บริษัทฯ ส่งข้อมูลส่วนบุคคลไปยังบุคคลอื่น และขอรับข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทฯ ส่งหรือโอนไปยังบุคคลอื่นได้
    4. สิทธิในการคัดค้านการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล
      เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลสามารถคัดค้านการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล เนื่องจากข้อมูลส่วนบุคคลหมดความจำเป็นในการเก็บรักษาไว้ตามวัตถุประสงค์ในการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผย หรือ เป็นการเก็บรวบรวม ใช้ หรือ เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อวัตถุประสงค์เกี่ยวกับการตลาดแบบตรง
    5. สิทธิในการขอให้ลบหรือทำลายข้อมูลส่วนบุคคล
      เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลสามารถขอให้บริษัทฯ ดำเนินการลบหรือทำลายข้อมูลส่วนบุคคลได้ หากพบว่าไม่มีความจำเป็นที่จะเก็บรวบรวมข้อมูลต่อไป หรือในกรณีที่การประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลนั้นไม่ชอบด้วยกฎหมาย
    6. สิทธิในการขอให้ระงับการใช้ข้อมูลส่วนบุคคล
      เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลสามารถแจ้งให้บริษัทฯ ระงับการใช้ข้อมูลส่วนบุคคลได้ในระหว่างรอการตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลส่วนบุคคลตามที่ได้ร้องขอให้แก้ไขข้อมูลดังกล่าวให้ถูกต้อง หรือขอให้ระงับแทนการขอให้ลบข้อมูล
    7. สิทธิในการขอแก้ไข/เพิ่มเติมข้อมูลส่วนบุคคล
      เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลสามารถขอให้บริษัทฯ แก้ไขข้อมูลส่วนบุคคลที่ไม่ถูกต้อง ไม่เป็นปัจจุบัน ข้อมูลที่อาจก่อให้เกิดความเข้าใจผิด และ/หรือเพิ่มเติมข้อมูลที่ไม่สมบูรณ์
    8. สิทธิในการร้องเรียน
      เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลมีสิทธิร้องเรียนในกรณีที่บริษัทฯ ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล หรือประกาศที่ออกตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
    เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลสามารถใช้สิทธิตามกฎหมายได้โดยติดต่อมายังบริษัทฯ หรือเจ้าหน้าที่ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลตามข้อ 8 และข้อ 9 ของนโยบายฉบับนี้ (โดยจะเริ่มใช้สิทธิได้เมื่อกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลมีผลใช้บังคับกับผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล) บริษัทฯ จะดำเนินการและพิจารณาตามสิทธิที่เจ้าของข้อมูลร้องขอภายในระยะเวลา 30 วัน นับตั้งแต่วันที่ได้รับคำร้อง ทั้งนี้ บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิในการปฏิเสธการดำเนินการตามสิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลภายใต้เงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด หรือตามสัญญาที่ทำไว้กับบริษัทฯ
  7. มาตรการรักษาความปลอดภัย
    บริษัทฯ ได้นำมาตรฐานความปลอดภัยทางเทคนิคและการบริหารที่เหมาะสมมาใช้เพื่อปกป้องข้อมูลส่วนบุคคลจากการเข้าถึง ใช้หรือเปิดเผยโดยไม่ได้รับอนุญาต การใช้งานในทางที่ผิด การสูญหาย และการทำลาย โดยใช้มาตรฐานการรักษาความปลอดภัยเหมาะสม เช่น การกำหนดชั้นข้อมูลหรือการจำกัดการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคล เพื่อให้มั่นใจว่าบุคคลที่ได้รับอนุญาตเท่านั้นที่เข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ทั้งนี้ บริษัทฯ ได้จัดให้มีมาตรการรักษาความปลอดภัยที่เหมาะสม เพื่อป้องกันการสูญหาย เข้าถึง ใช้ เปลี่ยนแปลง แก้ไข เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลจากผู้ที่ไม่มีสิทธิหรือหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลส่วนบุคคลนั้น
  8. ข้อมูลเกี่ยวกับผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล (บริษัทฯ)
    บริษัท เก็ทลิงส์ (ไทยแลนด์) จำกัด
    ที่อยู่: 193/36 Lake Rajada Office Complex, Unit 10B, 10th Floor, Ratchadaphisek Road, Klongtoey Sub-district, Klongtoey District, Bangkok
    โทรศัพท์: 02-1266927
  9. ข้อมูลเกี่ยวกับเจ้าหน้าที่ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล
    1. ชื่อ: นายภูวงศ์ ยอดแก้ว
      แผนก: ทรัพยากรบุคคล
      ตำแหน่ง: ผู้จัดการฝ่ายทรัพยากรบุคคล
      โทรศัพท์: 099-2899997
      อีเมล: [email protected]
    2. ชื่อ: นางสาวกัลยรัตน์ ศิริสิทธิ์
      แผนก: ทรัพยากรบุคคล
      ตำแหน่ง: เจ้าหน้าที่ฝ่ายบุคคล
      โทรศัพท์: 095-6697902
      อีเมล: [email protected]
  10. บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิในการแก้ไขเพิ่มเติม เปลี่ยนแปลง หรือปรับปรุงมาตรการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลให้มีความเหมาะสมภายใต้ข้อบังคับของกฎหมายคุ้มครองส่วนบุคคล โดยหากมีการเปลี่ยนแปลงใด ๆ บริษัทฯ จะแจ้งให้เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลทราบต่อไป